Wednesday, June 26, 2013

วิวาห์ว้าวุ่นของคุณวอลเทราต์ : บทที่ 1 (ตอนที่ 2)



บทที่ 1 แจ็คและต้นถั่วยักษ์กลายเป็นฉากหลังของปกรณัมนอร์ส!?

ตอนที่ 2

ที่สุดปลายโลกสวรรค์แอสการ์ด มี 7 รันเวย์แห่งไบฟรอส (Bifrost) อยู่
*ไบฟรอส คือ สะพานรุ้งน้ำแข็งที่เชื่อมแอสการ์ดกับมิดการ์ด

เส้นทางพวกนั้นอาจจะถูกเรียกว่า “รันเวย์” แต่ระบบการทำงานของมันค่อนข้างจะซับซ้อน ด้วย “ตัวตน” ของผู้ใช้รันเวย์นี้จะถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ และสามารถส่งไปยังโลกทั้งเก้าได้อย่างอิสระ โดยไม่สนข้อจำกัดทางการเคลื่อนไหวของอากาศ แต่ก็ไม่เชิงว่าเป็นการ “เทเลพอร์ต (Teleport)” อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะโดยทางเทคนิคแล้ว ผู้ใช้งานจะถูกเร่งความเร็วจนถึง 97% ของความเร็วแสง แต่ด้วยขนาดของโลกทั้งเก้าแล้ว ก็หมายความว่าสามารถส่งผู้ใช้งานไปได้ในทันทีทันใด

เกราะวาลคิรี่ก็ถูกแบ่งเป็นชิ้นๆ รวมทั้งร่างกายของวอลเทราต์ด้วย ซึ่งทำปฏิกิริยาและกระจายออกไป เป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดลำแสงออโรร่าที่แต่งแต้มสีสันให้กับท้องฟ้ายามราตรี ในขณะที่วาลคิรี่ถูกส่งให้ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า



เพราะไบฟรอสและวาลคิรี่นี่แหละ ที่ทำให้เทพอีเซอร์ (Æsir) สามารถแสดงอิทธฤทธิ์อันทรงพลังไปยังโลกทั้งเก้าได้ อาจต้องใช้เวลาสักหน่อยเพื่อเริ่มกระบวนการ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมา คือกองทัพที่ประกอบไปด้วยวาลคิรี่จำนวนมาก และดวงวิญญาณคนตายซึ่งถูกควบคุมทั้งหลายที่เรียกว่า ไอน์แฮเรียร์ (Einherjar) ที่สามารถส่งไปที่ไหนก็ได้ตามที่เหล่าทวยเทพต้องการ การกวาดล้างพวกนอกรีตเมื่อครู่ ก็คงเป็นการยกตัวอย่างที่ดีพอแล้วล่ะนะ
*เทพอีเซอร์ คือ เทพผู้ครองสวรรค์
*ไอน์แฮเรียร์ คือ วิญญาณของนักรบผู้กล้าที่เหล่าวาลคิรี่นำทางขึ้นมายังโถงวัลฮัลลา เพื่อไว้สู้ศึกในสงครามวันสิ้นโลก แร็คนาร็อค

และก็...
ในตอนนี้วอลเทราต์กำลังจ้องมองลงมายังโลกมนุษย์มิดการ์ด จากสุดปลายของไบฟรอส โดยมีเฮมดัล เทพอารักษ์ที่เป็นผู้ควบคุมไบฟรอสที่กำลังอารมณ์ขึ้นเพราะวาลคิรี่ที่มาขวางทางอยู่
“เอิ่ม... ถ้าเจ้าอยู่ตรงนั้น รันเวย์ที่สามก็ใช้การไม่ได้นะ...”
“นี่เจ้ามีตั้ง 7 รันเวย์ ใช้ไม่ได้ัสักทางสองทางจะเป็นอะไรไป”
“เอิ่ม... นี่เจ้ารู้ไหมว่ามีไฟลท์มากแค่ไหนที่บินเข้ามาทุกๆชั่วโมง? นี่มันคือประเด็นเรื่องประสิทธิภาพและการแบ่งสรรนะ และเจ้ากำลังทำให้เกิดการจราจรติดขัด รู้ไหมว่าการขวางเส้นทางที่ดูเหมือนจะว่างเปล่านี้จะทำให้เกิดการสะสมระหว่างทาง และถ้าเจ้าไปขวางรันเวย์ที่สามเนี่ย เปอร์เซนต์ของไฟลท์ล่าช้าจะเพิ่มขึ้นเป็-...”

“มีปัญหาไรปะ?”

“อ๋อ อืม... เอาเหอะ... เฮ่อออ...”
เมื่อเธอมองเขา เฮมดัลก็ตัวหดลงไปทันที เหมือนเตรียมพร้อมจะปิดตัวเองอยู่ในกล่องใบเล็กๆแล้ว
ขณะที่กำลังกอดเข่าอยู่ เฮมดัลก็พูดออกมา “ว่าแต่ มีเหตุผลที่จะต้องเอาสัญญาลมปากนั่นมาจริงจังอยู่ด้วยจริงๆหรอ?”
“ฮะ! ข้าไม่คิดว่าเจ้าเด็กหนุ่มจากมิดการ์ดคนนั้นจะปีนต้นอิกดราซิลได้หรอกนะ แต่ยังไงการท้าประลองก็เริ่มต้นขึ้นแล้ว ข้าก็ต้องดูต่อให้จบในฐานะของวาลคิรี่ ในกรณีที่ดีที่สุดก็คือ เขาจะไปถึงโคนต้นอิกดราซิล และหมดกำลังใจไปด้วยความใหญ่โตของต้นไม้นั้นและก็ยอมแพ้ไป หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุด แค่เขาเห็นต้นอิกดราซิล ก็หมดกำลังใจจนไปไม่ถึงโคนต้นแล้วล่ะ”
“....แต่ถ้าใน ‘กรณีที่เลวร้ายที่สุด’ คือเจ้าเด็กหนุ่มนั่นไม่มาหาเจ้าเลยล่ะ?”

สายตาอันน่ากลัวดั่งคมหอกจ้องมองไปยังเฮมดัล จากคำพูดที่ไม่น่าอภิรมย์ของเขา ทำให้ร่างเขาเหมือนถูกแช่แข็งอยู่ตรงนั้น และเขาก็รู้ตัวว่าเขาทำตัวให้เล็กลงกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วล่ะ
วอลเทราต์สงบสติอารมณ์และบอกว่า “ยังไงก็ตาม ข้าก็แค่ต้องคอยดูการท้าประลองนี้ไปจนจบแหละนะ และสุดท้ายก็จะเป็นความพ่ายแพ้ของเด็กหนุ่มคนนี้ ถ้าเจ้าหนุ่มนั่นไม่โผล่มา ก็ถือว่าไปละกันนะ และเมื่อเป็นอย่างนั้น ฉันก็จะเป็นอิสระจากสัญญาแต่งงานลมปากนี่สักที”
“อืม...”
“มันคือเรื่องจริงที่เด็กหนุ่มนั่นมีนัยน์ตาของนักรบ ในตอนที่เขาประกาศว่าเขาจะปีนต้นไม้แห่งโลกนั้น นั่นคือดวงตาของคนที่มีแรงใจมากพอที่จะท้าประลองกับวาลคิรี่ให้แข่งกับเขา แต่คำพูดก็เป็นแค่คำพูด เขาจะต้องปอดแหกไปแน่ๆเมื่อได้รู้ซึ้งถึงความไม่ยั้งคิดที่มาท้าประลองกับข้า.... นี่มาขัดข้าทำไมเนี่ย?”

“เจ้าเด็กหนุ่มนั่นมาถึงแล้ว”

“!?!?!?”
วอลเทราต์หันกลับไปมองที่ปลายรันเวย์ที่สาม และมองลงไปยังโลกมนุษย์มิดการ์ด
“เป็นไปไม่ได้.... เป็นไปไม่ได้!!! เจ้าเด็กนั่้นไม่กลัวความตายเลยรึไง!?”
“ ‘ที่เขาจะทำขนาดนี้เพื่อผู้หญิงเถื่อนๆบ้าพลังที่สวมเกราะตลอดทั้งปีอย่างฉัน เพียงเพื่อทำให้หัวใจฉันเต้นไม่เป็นจังห-...’ ไม่นะ ข้าแค่ล้อเล่นนะ! ได้โปรด! ขอร้อง ยกโทษให้ข้าด้วยนะ! ข้าจะไม่ถือวิสาสะแปลความคิดของเจ้าอีกแล้ว อย่าใช้อสนีบาตใส่ข้าเลย!!” ขณะที่เฮมดัลเอามือป้องหัวไว้ เขาก็มองลงไปยังพื้นโลก “นั่นแจ็ค เอลวาน (Jack Elvan) ใช่ไหม? จากข้อมูลที่เรามีเกี่ยวกับเขา เขามาจากชนชั้นกลางของมิดการ์ด”

แน่นอนล่ะ เด็กหนุ่มยังไม่ได้มาถึงแอสการ์ด
โคนต้นอิกดราซิลนั้นอยู่ในมิดการ์ด เด็กหนุ่มนั้นมาถึงต้นไม้ยักษ์แล้ว
เขาดูตั้งใจที่จะปีนต้นไม้นี้ด้วยจริงๆนะ
คนธรรมดาทั่วไปคงจะหมดกำลังใจตั้งแต่อยู่ที่บริเวณต้นอิกดราซิลแล้ว อีกทั้งยังต้องเจอกับความกลัวที่จะต้องไปยังโลกอื่น แค่นี้ก็ไม่มีปัญญาจะไปคิดเรื่องปีนต้นไม้แห่งโลกนี้ละ แต่อย่างไรก็ตาม เด็กหนุ่มคนนั้นได้ผ่านพ้นขีดจำกัดเหล่านั้นไปหมด
ถึงมันจะถูกเรียกว่าต้นไม้ แต่ลำต้นมันก็ใหญ่เท่ากับเมืองเมืองหนึ่งเลยล่ะ จึงดูเหมือนกับการปีนภูเขามากกว่า อีกทั้งความคดเคี้ยวของกิ่งไม้กับโพรงไม้ก็ทำให้ดูเหมือนเขาวงกตอีกด้วย

วอลเทราต์ก็ใช้เวทมนตร์เพื่อเสริมสัมผัสที่เหนือมนุษย์อยู่แล้วของเธอเข้าไปอีก (เธอก็ไม่ใช่มนุษย์ตั้งแต่แรกแล้ว) เธอจะได้มองลงไปด้วยสองตาของเธอ เพื่อให้เห็นทุกๆย่างก้าวของเด็กหนุ่มได้ชัดๆ
ที่โคนต้นไม้แห่งโลก เด็กหนุ่มกล่าวออกมา “ฉันมีผ้าเช็ดหน้า ขนมนิดหน่อยเผื่อหิว และก็น้ำดื่มอีกขวด โอเค ถึงเวลาลุย!”
“เตรียมตัวมาห่วยสุดๆ!! เดี๋ยวสิ เขาไม่สวมรองเท้าบูทด้วยซ้ำ! นั่นมันรองเท้าแตะนี่หว่า! อย่างน้อยก็เตรียมสายชูชีพมาหน่อยเซ่.... เฮ้ย เขาเริ่มปีนแล้ว! เริ่มปีนแล้วจริงๆ!! เขาปีนต้นอิกดราซิลด้วยรองเท้าแตะเนี่ยนะ! ฉันจะทำยังไงล่ะเนี่ย!?”

“...ค-คงไม่เป็นไรมั้งถ้าเจ้าลงไปช่วยเขา ใช่มะ? แค่ลงไปอุ้มเขาขึ้นมา ข้าเปิดรันเวย์ไบฟรอสให้เจ้าได้นะ”
“อีตาบ้า!!!” หมัดเหล็กกล้าของวอลเทราต์ส่งเฮมดัลร่างยักษ์กลิ้งไปตามรันเวย์เหมือนก้อนกรวดเลยทีเดียว “ฉันเป็นชาวสวรรค์ที่ดูแลในเรื่องของการต่อสู้นะ และฉันเฝ้าดูแต่เหตุการณ์ที่มีผู้แพ้และผู้ชนะเท่านั้น!! ฉันเข้าไปก้าวก่ายกับการแข่งขันที่มีกติกาชัดเจนอย่างนี้ไม่ได้หรอก!!”
“โอยยยยยย”
เฮมดัลร้องด้วยเสียงที่ไร้สติปัญญาสุดๆ แต่เขาก็ไม่ได้ฟังที่วอลเทราต์พูดหรอก เพราะเขาห่วงอย่างอื่นมากกว่า

ในขณะเดียวกัน บางอย่างก็เกิดขึ้นบนโลกมนุษย์
ถึงแม้แอสการ์ดจะอยู่เหนือเมฆขึ้นไปก็ตาม เด็กหนุ่มคนนั้นก็นั่งอยู่บนกิ่งไม้ และก็เอาน้ำดื่มออกมาหลังจากปีนขึ้นมาได้เพียง 10 เมตรเท่านั้น
“เฮ้อออ.... เหนื่อยจัง”
“ไอ้กาก!!” วอลเทราต์ตะโกนลั่น
“เอิ่ม... สิบเมตรนี่ก็สูงแล้วนะสำหรับมนุษย์” เฮมดัลกล่าว
“นั่นมันไม่ใช่ประเด็นเลยย่ะ! เจ้านั่นบอกว่าจะปีนต้นอิกดราซิล แล้วจะมาแต่งงานกับฉัน ถึงแม้ไอรางวัลนี่มันจะงี่เง่าแค่ไหนก็เถอะ แต่ก็เป็นการท้าประลองอันศักดิ์สิทธิ์กับวาลคิรี่ แต่แล้ว... แต่แล้ว.... อีตาบ้านั่น!! แค่สิบเมตรเองเนี่ยนะ!? แบบนี้มันเหมือนด่ากันชัดๆ ใช่มั้ย!?”
“อืม... เอาง่ายๆคือเจ้าโมโหที่ความรู้สึกของเขามีให้เจ้านั้นมากมาย และเจ้าก็อยากให้เขาพยายามมากกว่านี้?..... โอ๊ยยยย! ข้าขอโทษ!!”

วอลเทราต์ดูเหมือนจะพยายามเลี่ยงการใช้พละกำลังอันมหาศาลของเธอกับเฮมดัล (ยกเว้นหมัดเมื่อตะกี๊น่ะนะ) เธอจึงหันมาทำลายรันเวย์ไบฟรอสแทน เฮมดัลก็ขอโทษขอโพยยกใหญ่ เพราะการพังทลายนของไบฟรอสนั้นจะส่งผลกระทบทางสังคมต่อเขามากๆ
แต่แล้วเขาก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง
เขาชี้ลงไปที่พื้นโลก และบอกว่า “ดูนั่น มีบางอย่างข้างล่างนั่น!”
“หืม?”

วอลเทราต์มองลงไป และก็พบกับแมวสีขาวที่กำลังเดินเข้าไปหาเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งพักอยู่บนกิ่งต้นอิกดราซิล
ด้วยเหตุอันใดก็ตาม แมวนั่นสามารถพูดภาษาคนได้ด้วย
“เฮ้ นายมาทำอะไรที่นี่น่ะ? มันอันตรายนะที่ขึ้นมาสูงขนาดนี้ เจ็บตัวแน่ถ้านายตกลงไป”
“....นั่นเป็นคำแนะนำที่ดีจากแมวพูดได้เลยนะ” เฮมดัลกล่าว
“...”
เด็กหนุ่มตอบกลับไปโดยบอกว่า “ฉันกำลังปีนต้นไม้แห่งโลกอยู่นะ วอลเทราต์กำลังรอฉันอยู่”
“ฉันไม่ได้รอย่ะ!!”
“แต่เจ้าก็ไม่ได้พยายามจะหยุดเขาเช่นกัน” เฮมดัลเสริม
“ก็แหงสิ นี่มันการประลองที่ต้องจริงจังนะ!!”

จากนั้นเจ้าแมวก็พูดว่า “แต่ดูสิ นายคิดจริงๆหรอว่าจะปีนขึ้นไปจนสุดได้?”
“ฉันทำได้” เด็กหนุ่มตอบกลับไป
“ทำไมนายไม่ลงไปด้านล่างแทนละ ถ้านายไปที่โยธันไฮม์ (Jötunheimr) นายจะได้พบกับน้ำวิเศษที่มอบความรู้ใดๆก็ได้ที่นายปราถนาให้นายได้นะ”
*โยธันไฮม์ คือโลกของยักษ์ ทั้งยักษ์น้ำแข็งและยักษ์หิน
“แต่วอลเทราต์ไม่ได้อยู่ที่นั่นนี่นา”
“ถ้านายได้ดื่มน้ำแห่งความรู้ การบ้านก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป”
“...จริงหรอ?”
“จริงสิ จริงสิ ล้มเลิกความตั้งใจที่ไปที่ที่น่าเบื่ออย่างแอสการ์ดแล้วไปกับฉั-...”

วอลเทราต์ขว้างหอกอสนีบาตแห่งการทำลายล้างลงมา
พร้อมด้วยเสียงดังสนั่น หอกสีฟ้าขาวพุ่งตรงลงมาจากสวรรค์สู่โลกมนุษย์ มันผ่านตรงหน้าเด็กหนุ่มไปพอดี และก็แทงเจ้าแมวสีขาวพูดได้นั้นลงไปติดกับพื้นโลกอย่างไร้ความปราณี

สายฟ้า
สัญลักษณ์ของโทษแห่งสวรรค์

ขณะที่หายใจไม่เป็นจังหวะ วอลเทราต์ก็ตะโกนลงไปยังพื้นโลก โดยที่รู้ว่าเสียงของเธอก็คงไปไม่ถึงหรอก
“อย่ามายุ่งกับการท้าประลองอันแสนจริงจังนี่นะ เจ้าโง่!! อยากให้เขามีร่างกายที่ไปยังโลกแห่งความตายก็ไม่ได้รึยังไงกันฮะ!?”

“แ-แมวน้อย... เจ้าแมวน้อยน่ารัก...!?” เฮมดัลพูดออกมา
“นั่นมันอสรพิษแห่งมิดการ์ดต่างหาก!! ตอนที่ยักษ์อัทการ์ดโลกิ (Útgarða-Loki) ล่อลวงเทพธอร์ (Thor) เจ้างูยักษ์นั่นก็ช่วยยักษ์อัทการ์ดโลกิโดยการแปลงร่างเป็นแมวเพื่อไม่ให้ธอร์ได้ทันระวังตัว!!! ดูนั่น มันเริ่มกลับร่างเดิมแล้วไง เกล็ดน่าขยะแขยงนั่นเริ่มคลุมร่างมันอีกแล้ว!! จะมีการประลองไหนที่ยุติธรรมถ้ามีสัตว์ประหลาดอย่างนั้นมาวุ่นวายล่ะ!!”
“อ้อ ใช่เลย นั่นมันยอร์มุนกันดร์ (Jörmungandr) จริงๆด้วย” เฮมดัลพูด
*ยอร์มุนกันดร์ คืองูยักษ์ที่ต่อสู้สูสีกับธอร์ สุดท้ายก็ตายทั้งคู่

วอลเทราต์กอดอกในชุดเกราะ
“เอาจริงๆนะ ขนาดสัตว์ปีศาจที่มีพลังมหาศาลในระดับเดียวกับท่านธอร์ยังเข้ามาขวาง... นี่แหละนะ ไม่ควรดูถูกโชคชะตาจริงๆ เจ้าเด็กหนุ่มนั้นควรจะคิดแต่เรื่องของการประลองก็พอ ข้าทำอย่างนั้นไปก็ถูกต้องแล้วในฐานะคู่ต่อสู้ของเขา”
“แต่เจ้าเด็กนั่นดูจะเป็นห่วงเจ้างูที่ร่วงลงไปบนพื้นโลกมากกว่านะ เขาปีนกลับลงไปดูอาการมันแล้วน่ะ”
“~ ~ ~ !! เอา จริง เอา จัง หน่อย เซ่ !!”
วอลเทราต์เริ่มกระทืบเท้าเหมือนเด็กๆด้วยความโมโห แต่เธอพึ่งจะประกาศออกไปว่าเธอจะไม่เข้าไปก้าวก่ายโดยตรงเองนะ


No comments:

Post a Comment

แนะนำ ติชม แสดงความคิดเห็นได้เลยนะครับ :D